การลงทุนที่ดิน ไม่ว่าจะเช่าหรือซื้อขายเรื่องของเอกสารเกี่ยวกับที่ดินนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องศึกษาให้ลึกซึ้งก่อนทำการให้เช่าหรือซื้อด้วย  ดังเช่น  เอกสารเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน  โดยการถือครองนั้นจะช่วยให้ผู้ที่ถือครองได้มีหนังสือสำคัญเพื่อแสดงกรรมสิทธิ์ว่าตนเองนั้นมีที่ดินยึดไว้เป็นหลักฐานนั่นเองค่ะ  และเมื่อเราทราบถึงประโยชน์ของการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน เราก็ควรเรียนรู้การลงทุนที่ดินในประเด็นสำคัญๆในการถือครองที่ดินไว้บ้างค่ะ

เริ่มจากการถือครองเอกสารสิทธิในที่ดินแต่ละประเภทตามหลักของกฎหมายค่ะ แน่นอนค่ะถึงแม้ว่าเราจะมีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในมือแต่สิ่งที่เราควรคำนึงถึงนั้นก็คือในเรื่องของกฎหมาย ในเรื่องของการปล่อยที่ดินให้รกร้างไม่ทำประโยชน์ และเป็นโฉนดที่ดินที่ปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 10 ปี และยังมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์แต่กลับปล่อยทิ้งไว้นานติดต่อกันเกิน 5 ปี ที่ดินทั้งหมดนั้นจะตกเป็นของรัฐบาลตามกฎหมายค่ะ  และหากมีการปล่อยให้คนอื่นมาครอบครองที่ดินของเราโดยเปิดเผยและเจ้าของไม่ไปขัดขวางโดยที่ดินนั้นมีโฉนด และเข้าไปครอบครองเป็นเวลา 10 ปีติดต่อกัน  บุคคลที่ครอบครองนั้นมีสิทธิไปดำเนินคดีในศาลเพื่อให้ศาลสั่งให้บุคคลที่อยู่บนที่ดินนั้นได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินไปครอบครองปรปักษ์ได้ และในที่ดินที่มีหนังสือในการรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส.3,น.ส.3 ก, น.ส.3 ข จะมีวลาในการแย่งครอบครองแค่ 1 ปีเท่านั้นค่ะ  และควรดูเรื่องของที่ดินที่มีเอกสารรับรองสิทธิที่แตกต่างกันด้วย  โดยถ้าที่ดินนั้นเป็นใบ ส.ค. 1 จะมีราคาต่ำกว่าที่ดินที่เหมือนกันแต่เป็นใบ นส. 3 และใบ นส. 3 จะมีราคาต่ำกว่าที่ดินที่เป็นโฉนด  และอันดับสุดท้ายนั่นคือ เอกสารสิทธิที่ธนาคารจะรับหรือไม่รับในการเป็นหลักประกันให้กู้ยืม  นั่น หนังสือแจ้งการครอบครอง (ส.ค. 1) และใบจอง (น.ส.2) และหนังสือกรรมสิทธิ์ที่ธนาคารจะรับเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ได้แก่  โฉนดที่ดิน  โฉนดตราจอง  หนังสือรับรองการทำประโยชน์  รวมถึงสิ่งปลูกสร้างและกรรมสิทธิ์ห้องชุดด้วยค่ะ

นี่แหละค่ะคือสิ่งที่นักลงทุนที่ดินต้องทำความเข้าใจในเรื่องของเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อให้ทราบในหลักการทั่วๆไปในเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดินนั่นเองค่ะ อย่างไรก็ตามถ้าคิดจะเป็นนักลงทุนในเรื่องเกี่ยวกับที่ดินก็ควรศึกษาทุกอย่างให้รอบด้านค่ะ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและหากมีปัญหาก็จะสามารถแก้ได้ตรงจุดนั่นเองค่ะ  รู้แบบนี้แล้วก็ควรทำความเข้าใจก่อนการลงทุนด้วยนะคะ เพื่อให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด